posted on 03 Dec 2009 08:40 by mybrainsfood in General
หายะปี 2012
เรื่องจริงหรือเรื่องเหลวไหล
"บทความข้่างล่างนี้ เป็นความเชื่อ และ ไม่มีข้อพิสูจน์ใดๆ ยอมรับทั้งสิ้น"
"read at your own risks"
ในปี ค.ศ. 2012 ได้ถูกทำนายว่าจะเป็นปีสิ้นสุดของโลก การทำนายของชนเผ่า
มายัน เมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมาจะพิสูจน์ถึงความแม่นยำของปฎิทินชาว
มายันหรือไม่ ชาวมายันมีการทำนายว่า วันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2012 เวลา 11.11 ตามเวลามาตราฐาน GMT จะเกิดเหตุการณ์ที่ทำลายล้างโลก
ชาว
มายันไม่ใช่แค่กลุ่มคนกลุ่มเดียวที่ทำนายวันสิ้นโลกไว้ในปี 2012 แต่ชาว
อินแคน และชาวอียิปต์โบราณ ก็ได้ทำนายในลักษณะใกล้เคียงกันว่า
จะเกิดการแตกของโลกเป็นส่วนๆ ส่วนของแถบประเทศญี่ปุ่นจะจมลงสู่ใต้มหาสมุทร
Nostradamus
ก็ทำนายว่าจะมีดาวหางพุ่งชนโลกแถบเมดิเตอร์เรเนียนในช่วงเวลาเดียวกัน
มี
การคาดเดาว่าหายะในปี 2012 จะเป็นการรวมทุกๆ หายะที่เคยปรากฎในหลายๆ
ภาพยนต์ดังๆ อาทิเช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด พายุ เฮอริเคน สินามิ
น้ำท่วม ในเวลาเดียวกันและสถานที่เดียวกัน!!!
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้
เชื่อว่าเกิดขึ้นเนื่องจากการขยับตัวของขั้วโลก,
การพุ่งชนของกลุ่มดาวเคราะห์น้อย, การเปลี่ยนแปลงในกลุ่ม Solar System
ที่จะมีการขยับเคลื่อนที่เข้าออกในทุกๆ 33 ล้านปี,
การจัดตำแหน่งดาวเคราะห์ของดาวศุกร์ และ ยังมีการโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ
26,000 รอบปี
มีกระแสข่าวลือว่า
รัํ๊ฐบาลสหรัฐทราบถึงเรื่องนี้และไม่ต้องการให้เกิดการแตกตื่นจึงปิดเงียบ
ไว้
ได้มีการจัดตั้งองค์กรลับขึ้นเพื่อที่จะหากลุ่มผู้ที่จะได้รอดชีวิตอยู่
เผื่อคงเผ่าพันธฺ์มนุษย์ชาติืเอาไว้หลังจากเดือน ธันวาคม 2012
มีความลือถึงขั้นว่า
มีการจัดทำล๊อตเตอรี่เพื่อที่จะได้เป็นผู้ถูกเลือกที่จะเป็นมนุษย์กลุ่มสุด
ท้าย
"แล้วคุณละ เชื่อหรือไม่ ว่า โลกจะถึงหายะในปี 2012"
edit @ 3 Dec 2009 08:47:24 by mybrainsfood
posted on 29 Oct 2009 22:24 by mybrainsfood in General
Halloween
ใกล้ถึงวัน Halloween แล้วเลยเอาข้อมูล Halloween มาฝากครับ
ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ทุกๆ เดือนตุลาคม จะเป็นช่วงที่เต็มไปด้วย ฟักทองแกะสลัก โครงกระดูกเต้นระบำ หน้ากากผี และแม่มดขี่ไม้กวาด
Halloween
เป็นเทศกาลที่ต่างจากทุกๆ เทศกาลแห่งความสุข
เพราะเป็นเทศกาลที่จะเต็มไปด้วย การเล่าเรื่องผี การแกล้งอำ
แต่งตัวแปลกประหลาด และเกมส์พิสดารต่างๆ ดังนั้นช่วง Halloween
จะเป็นช่วงที่ต้องเตรียมตัวสำหรับการตกใจต่างๆ
แต่จะมีกี่คนที่รู้เรื่องราว ลึกๆ ของ เทศกาล Halloween
มีกี่คนที่จะรู้ว่า Halloween แปลว่า อะไร?
Halloween
จริงๆ นั้น ย่อ มาจากคำว่า All Hallows’ Even ซึ่ง Hallow
นั้นเป็นคำภาษาอังกฤษโบราณที่แปลว่า Holy person หรือแปลเป็นไทยได้ว่า
บุคคลที่เป็นที่เคารพบูชา ดังนั้น All Hallows’ Day
จีงนับว่าเป็นวันที่ฉลองวันที่ระลึกของเหล่าบุคคลที่ความเครพบูชานั้นเอง
All Hallows’ Even ถูกเรียกสั้นขึ้นตามกาลเวลาเป็น Hallowe’en
และในที่สุดก็กลายเป็นคำว่า Halloween ในปัจจุบัน
ทำไมต้องเป็นช่วงปลายเดือนตุลาคม?
สืบ
เนื่องมาจากชาว Celts โบราณที่เชื่อว่า
ช่วงปลายเดือนตุลาเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงใหญ่ (เปลี่ยนฤดูกาล)
รวมถึงเป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงชีวิตคน
นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกด้วยว่าจะเป็นช่วงเวลาที่เปิดประตูเชื่อมต่อ
ระหว่างความเป็นกับความตาย ชาว Celts
ได้บอกเล่าถึงความเชื่อเรื่องช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง ปากต่อปาก
จากรุ่นสู่รุ่น
Trick or Treat มาจากไหน?
ก็
ต้องย้อนกลับไปในครั้งสมัยกลาง ช่วงเทศกาล Halloween
ชาวเมืองมักจะทำเค้กที่เรียกว่า “Soul Cakes”
ซึ่งเด็กๆมักชอบไปเคาะประตูตามบ้านต่างๆ เพื่อขอขนม Soul cakes
เมื่อได้เค้กเด็กๆก็จะสวดขอพรให้กับวิญญาณของญาติๆของผู้ให้ เด็กๆ
จะร้องเพลงประกอบการขอเค้ก "Trick-or-treat, trick-or-treat, give me
something good to eat." คล้ายกับวัฒนธรรม Trick or Treat ในปัจจุบัน
ทำไมต้องฟักทองแกะสลัก?
ฟักทอง
แกะสลักนั่นถูกเรียกว่า Jack-o'-Lanterns ซึ่งก็มาจากเรื่องเล่าของชาว
Irish ว่า มีชายชื่อ Jack
เป็นคนเจ้าเล่ห์มากถึงขนาดหลอกล่อซาตานจนได้รับคำสัญญาจากซาตานว่าจะไม่รับ
เค้าไปลงนรก เมื่อเค้าตายแน่นอนว่าไม่สามารถขึ้นสวรรค์ได้
(เนื่องจากเลวเหลือเกิน) แต่ไปลงนรกก็ไม่ได้ตามที่ซาตานสัญญาไว้
ดังนั้นเค้าจึงวนเวียนอยู่ตลอดกาลดังวิญญาณเร่รอน
ช่วงที่เค้าไปสู่ปากประตูนรก ซาตานได้โยนถ่านไฟร้อนๆ แดงๆ
ให้เค้าเพื่อใช้นำทางในความมืดมิด Jack ได้เก็บถ่านไฟร้อนๆไว้ในหัวผักกาด
เรื่องเล่าของ Jack
และหัวผักกาดที่มีไฟถ่านได้สืบต่อกันมาในนามของปีศาจที่ชั่วร้าย
ชาวไอริสได้ตกแต่งวัน Halloween
ด้วยหัวผักกาดที่มีเทียนไฟข้างในแทนสัญญาลักษณ์ของปีศาจชั่วร้าย
ซึ่งภายหลังชาวอเมริกันได้เปลี่ยนเป็นฟักทองในเวลาต่อมา
เรื่องที่คุณๆ อาจจะไม่ทราบ
1. Halloween เป็นเทศกาลที่มีการขายขนมมากที่สุดในทุกๆเทศกาล มากกว่ากระทั่งเทศกาล Christmas และ Valentine’s day
2. ฟักทองเป็นผลไม้ ไม่ใช่ ผัก
edit @ 3 Dec 2009 08:46:00 by mybrainsfood
edit @ 3 Dec 2009 08:47:45 by mybrainsfood
posted on 29 Oct 2009 22:22 by mybrainsfood in IT
Cloud Computing
"ทิศทางของ computer ในอนาคตจะเปลี่ยนไปในทางใด"
Cloud
Computing เป็นอีกหนึ่งความน่าจะเป็นของคอมพิวเตอร์ในอนาคตอันใกล้นี้
คำนิยามง่าย ๆ ของ Cloud Computing ก็คือ การที่ทุกๆ โปรแกรม
(applications) หรือ files ทั้งหมด จะถูกจัดเก็บอยู่ใน Supercomputer
ส่วนกลางขนาดใหญ่ หรือ จัดเก็บอยู่ใน network ความเร็วสูง
ส่วนผู้
ใช้ทั่วๆไป ก็แค่ เชื่อมต่อเข้าสู่ Supercomputer หรือ Network
เพื่อการใช้งาน application หรือ files ต่างๆของตนเองผ่านเครื่อง computer
ที่มีคุณสมบัติพื้นฐาน ซึ่งอาจจะต่ำกว่า spec เครื่อง computer
ในปัจจุบันด้วยซ้ำ
ไอเดียของ Cloud Computing ไม่ใช่สิ่งใหม่
เคยมีการคิดไอเดียเดียวกันนี้ โดย Oracle's Larry Ellison ใช้ชื่อว่า New
Internet Computer (NIC) ในช่วงปี 2000 โดย concept ที่ว่า
ที่โต๊ะทำงานของคุณ สิ่งที่คุณต้องมีก็คือ computer ราคาถูกๆ
ที่มีเพียงแค่ Processor, Keyboard, และ จอ Monitor
เท่านั้นไม่จำเป็นต้องมี hard drive หรือ CD/DVD drive
เครื่องคอมพิวเตอร์จะถูกเชื่อมต่อกับ internet ซึ่งเชื่อมตรงกับ
supercomputer ที่จะเป็น host สำหรับทุกโปรแกรมและไฟล์
ไอเดียของ
NIC นั้นไม่ได้ผิดจากไอเดียในปัจจุบันเลย
เพียงแต่ว่าถูกนำเสนอในช่วงที่เร็วเกินไป เพราะในช่วงเวลานั้น high speed
internet ยังไม่ใช่เป็นสิ่งที่แพร่หลายนัก
ไอเดีย cloud computing
ได้ถูกนำมาปัดฝุ่นอีกครั้ง เนื่องจากระบบ network และ internet
ในปัจจุบันมีความเร็วที่สูงขึ้น ในปี 2006 เกือบ 75 % ของชาวอเมริกาใช้
highspeed internet ที่บ้าน ดังนั้นปัญหาจะไปตกที่ว่า cloud computing
จะได้รับการยอมรับในวงกว้างหรือไม่ และ ถ้าเกิดว่า cloud computer
เกิดขึ้นจริง คุณๆ จะใช้มันหรือไม่ ??
edit @ 3 Dec 2009 08:46:20 by mybrainsfood
edit @ 3 Dec 2009 08:48:00 by mybrainsfood